วิธีเลือกโปรแกรมเฟรทสำหรับ Freight Forwarder
ถ้าบริษัททำธุรกิจ Freight Forwarder การเลือกโปรแกรมไม่ควรดูแค่ว่าเปิด Job ได้หรือออก Invoice ได้เท่านั้น แต่ควรดูว่าระบบรองรับการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ Operation ไปจนถึงบัญชีและรายงานผู้บริหารหรือไม่
Home / Products & Services / คู่มือเลือกโปรแกรมเฟรท
1. รองรับ Sea Freight และ Air Freight จริง
โปรแกรมเฟรทที่ดีควรรองรับงาน Sea Freight และ Air Freight ทั้ง Export และ Import รวมถึงเอกสารสำคัญ เช่น HB/L, HAWB, MAWB, Job Sheet, Manifest และเอกสารที่ต้องส่งต่อบัญชี
2. ข้อมูล Operation ต้องส่งต่อบัญชีได้
จุดที่ทำให้ระบบมีประโยชน์มากกว่า Excel คือการลดการ Re-Key ข้อมูล โปรแกรมควรเชื่อมโยงข้อมูลจาก Operation ไปยัง Account Receivable, Account Payable, Overseas Account และ General Ledger ได้อย่างเป็นระบบ
3. ดูกำไรขาดทุนตาม Job หรือ Shipment ได้
ผู้บริหารมักต้องการรู้ผลกำไรขาดทุนตามลูกค้า Agent Shipment หรือ Job โปรแกรมควรช่วยให้ดูข้อมูลเหล่านี้ได้รวดเร็ว ไม่ต้องรวบรวมจากหลายไฟล์หรือหลายแผนก
4. เหมาะกับการทำงานของทีมไทย
สำหรับบริษัทในประเทศไทย การมีทีมดูแลที่เข้าใจงาน Freight Forwarder ไทยเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละบริษัทมี workflow เอกสาร บัญชี และรายงานที่ต่างกัน
5. ตรวจสอบประสบการณ์และลูกค้าใช้งานจริง
ก่อนเลือกระบบ ควรดูว่าบริษัทผู้พัฒนามีประสบการณ์ในธุรกิจ Freight Forwarder จริงหรือไม่ มีลูกค้าใช้งานจริงหรือไม่ และสามารถให้คำปรึกษาเรื่องการปรับระบบให้เข้ากับงานขององค์กรได้หรือไม่